ชีวิต…เราเขียนอนาคตเองได้

“พอเรามีโอกาสได้เป็นผู้ให้  มันมีความสุขครับที่ได้เห็นรอยยิ้มของใครๆและกิจกรรมทำให้ผมหลุดออกจากวงโคจรแบบนั้น และเปลี่ยนมุมมองที่คนอื่นๆมองครอบครัวของผม ที่ถูกตีตราว่า ‘ลูกคนขายยา’”

 

นั่นเป็นคำของ นายสุขวิชัย อิทธิสุคนธ์หรือ “ม๊อบ” เยาวชนคนเก่ง อายุ 18 ปี  ของชุมชนวัดอัมพวา  เครือข่ายบางกอกนี้…ดีจัง  บอกเล่า  ซึ่งก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นผู้ให้  เขาเองได้รับโอกาสมาก่อนจากพี่ๆ จากมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา   พาทำกิจกรรมรณรงค์ต้านยาเสพติด กับคนในชุมชน  ทั้งกิจกรรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติด  เกมต่างๆ  ซึ่งล้วนแล้วแต่ช่วยพาเขาออกมาจากวังวนของยาเสพติด
poc000

“ครอบครัวผมโตมาท่ามกลางปัญหายาเสพติด  และสูญเสียคนสำคัญไปถึง 2 คน คนแรกเป็นลุงของผมที่เสพยาเกินขนาด และอีกคนก็เป็นพ่อของผมเองถูกวิสามัญ ในข้อหาผู้ค้ารายใหญ่ เมื่อปี 2546 ตอนผม 5 ขวบ”

…ชีวิตคนเราอาจจะเลือกอะไรไม่ได้ทุกอย่าง  แต่ม๊อบเลือกที่จะเปลี่ยนจากสังคมเดิมๆ โดยใช้ความสูญเสียนั้นเป็นแรงกระตุ้น ก้าวสู่โลกเพื่อเพื่อนมนุษย์  ออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนในพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน  เพื่อทิ้งช่วงเวลาที่อาจถูกใช้  ถูกชักจูงเข้าไปสู่วังวนเดิมๆ

“ช่วงเวลาแค่เพียงนิดเดียวก็อาจจะดึงทั้งเพื่อนและผมกลับไปในสังคมแบบนั้นอีกได้  ผมเคยคิดนะว่า ‘พ่อแม่เลี้ยงเรามาแบบไหน  เราคงต้องเป็นแบบนั้นตามพ่อกับแม่’ แต่พอเราเข้าเรียน  ทำกิจกรรมกับพี่ๆ  เพื่อนๆ ในพื้นที่ส่วนกลาง  ความคิดผมก็เปลี่ยน  ‘ครอบครัวเป็นคนให้ชีวิต   แต่ตัวเราเองก็สามารถกำหนดชีวิตเราเองได้’”

แม้จะมีพื้นที่ส่วนกลางไว้ทำกิจกรรม  แต่กิจกรรมยังไม่ต่อเนื่องเขาจึงคิดที่จะหากิจกรรมทำในชุมชนเพิ่ม  จึงเกิดเป็นกลุ่ม “สิงโตเด็ก”  ซึ่งเริ่มจากเด็กๆเห็นผู้ใหญ่เชิดสิงโต  จึงเล่นบ้างโดยใช้ลังกระดาษมาเชิดเป็นหัวสิงโต  เอาถังขยะมาตีเป็นกลอง

pic1

  

 “เวลามีเชิดสิงโตที่ไหนเด็กๆก็จะวิ่งตามกันไปดู แล้วก็เลียนแบบ เอาไปเล่นกันที่โรงเรียน  ที่ชุมชน  จนกลุ่มผู้ใหญ่เขาสนับสนุนมาจนถึงปัจจุบัน  มีหัวสิงโตจริงๆไว้เชิดกันแล้ว  ซึ่งเราก็ใช้วิธีครูพักลักจำ  เวลาผมมีโอกาสได้ไปเล่นกับพวกผู้ใหญ่  จะดูเทคนิกการเชิด  การตีกลอง แล้วก็กลับมาสอนน้องในชุมชน  สอนกันจากรุ่นสู่รุ่นครับ  ตอนนี้รับงานได้แล้วนะ”

pic5

จากวันนั้นถึงวันนี้การเปิดพื้นที่ 3 ดี สื่อดี  พื้นที่ดี ภูมิดี  ขยายวงออกไป  การมีพื้นที่ส่วนกลางให้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน   ฃยาเสพติดในชุมชนนี้ก็ค่อยๆ จางหายไป

การเปลี่ยนผ่านแม้จะใช้เวลาเสมอเพียงแต่เราเปิดโอกาสทั้งให้ผู้อื่น  เปิดโอกาสให้ตัวเอง  ชุมชน 3 ดีก็จะเกิดขึ้นได้ทุกที่เช่นกันค่ะ

pic2

ติดต่อคณะสิงโตเด็กได้ที่ FB : คณะสิงโตเด็ก วัดอัมพวา

บทความที่เกี่ยวข้อง

“วิ่งอย่างมีความสุขกับเด็กๆและดอกไม้” มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กชวนคุณและครอบครัวร่วมกิจกรรมสำหรับคนรักเด็กและรักสุขภาพ ในงานพบกับกิจกรรมสร้างสรรค์ดีๆมากมาย เราเปิดกว้างสำหรับทุกคนไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ มาเป็นทีมหรือครอบครัว โดยสามารถเลือกเดินวิ่งสบายๆตั้งแต่ 3km. ไปจนถึงมินิมาราธอน 10km. พร้อมชมความสวยงามและรับความสดชื่นของสวนหลวงร.9 ตลอดเส้นทางการวิ่ง **โดยรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและทำให้สังคมไทยดีขึ้น —————————————————- ระยะทาง 3 / 5 / 10 km. – 400บาท ——————- Happy Run for Child 2017 วันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ. 2560 เวลา : 04.30 – 09.00 น. สถานที่ : สวนหลวง ร.๙ ——————- การปล่อยตัว 10 km. ปล่อยตัว 06:00 น. 5 km. ปล่อยตัว 06:20 น. […]

19 มิ.ย.60 สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา เครือข่ายบางกอกนี้ดีจัง เครือข่ายหุ่นเยาวชนไทย เครือข่ายโคราชยิ้ม นครศรีฯดีจังฮู้ จัดประชุมทำความเข้าใจแนวคิด ยุทธศาสตร์ แนวทางการทำงานโครงการพลังพลเมือง พลังสื่อสร้างสรรค์ ปี 2560

สถาบันสือเด็กและเยาวชน ร่วมกับกลุ่ม We are Happy จัดสัมมนา “คู่มือครูพัฒนาพลเมืองเด็ก หนังสือช่วยเด็กสร้างโลก” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 ณ ห้องประชุม 202 อาคารดร.สิโรจน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพฯ การจัดสัมมนาขึ้นครั้งนี้เพื่อเผยแพร่และส่งมอบหนังสือ ช่วยเด็กสร้างโลก โดยให้ข้อมูลในการ เผยแพร่ และสาธิตกระบวนการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และเพื่อพัฒนาครูแกนนำจำนวน 25 คนในศูนย์เด็กเล็กแกนนำให้สามารถ อธิบาย และนำคู่มือไปขยายผลได้ในกลุ่มเครือข่ายต่อไป  

“ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในสลัม  แต่อย่าให้ใครเรียกเราไอ้เด็กสลัม ”   ป้าหมีบอกกับเด็กๆในชุมชนเสมอ ป้าหมีมีอาชีพขายเร่ขายเสื้อผ้าเด็กในสถานีรถไฟหัวลำโพง  เริ่มต้นการทำงานเพื่อเด็กในชุมชน ด้วยการเป็นแม่บ้านทำความสะอาดศูนย์ดวงแข ( ศูนย์การการเล่นและกิจกรรมพัฒนาเด็ก )  ทุกวันป้าหมีเห็นปัญหาของเด็กๆที่เข้ามาเล่นและทำกิจกรรมที่ศูนย์ฯ  ซึมซับการทำงานพัฒนาเด็ก  ป้าหมีรู้สึกว่าตนเองอยู่ไม่ได้แล้วต้องช่วยเด็กๆ พ่อแม่เด็กต้องรับรู้ถึงพฤติกรรมที่ก้าวร้าว และช่วยกันแก้ไข     ป้าหมีก้าวเข้ามาเป็นอาสาสมัครดูแลการเล่นและจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กเติมตัว  เด็กๆมี พัฒนาการที่ดีอย่างเห็นได้ชัด  ชุมชนเริ่มให้ความร่วมมือ  ถึงแม้ว่าป้าหมีจะมีปัญหาชีวิตครอบครัวที่หนักหน่วงมามาก  ชุมชนหลายคนไม่เข้าใจด่าทอป้าหมี “ ตัวเองก็จะเอาไม่รอด  ดูแลลูกของตัวเองให้ดีเถอะ ค่อยมายุ่งเรื่องของคนอื่น” ป้าหมีเหนื่อยใจแต่ไม่เคยคิดจะหยุดทำงาน จากการทำงานในศูนย์ป้าหมีเป็นผู้เชื่อมโยงข้อมูลเด็กสู่ชุมชน ข้อมูลชุมชนเพื่อการพัฒนา   ป้าหมี ไม่ทำงานแค่ในศูนย์ ดึกดื่นเที่ยงคนก็ไม่นอนเพราะต้องสอดส่องดูแลเด็กๆในชุมชน  ใช้ห้องพักขนาด 3 x 3ม. ที่เรียนว่าบ้านเป็นที่พักพิงให้เด็กที่หนีออกจากบ้าน เด็กมีปัญหากับครอบครัว  และเป็นที่ให้คำปรึกษาเด็กๆที่ทุกร้อนใจ มีปัญหา   “  พี่เป็นเด็กครอบครัวแตกแยก   พี่เข้าใจจิตใจเด็กๆดี”  “ ไฟไหม้ชุมชนหลายครั้งไม่เคยมีใครช่วยเราได้เลย  วัดก็ให้พวกเราไปนอนหน้าเมรุ  ดูอนิจอนาถอนาถาเหลือเกิน ” ป้าหมีพูดทั้งน้ำตาทุกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น  […]